เว็บไซต์ ที่ดีก็คือเว็บไซต์ที่มีการวางแผนไว้ดี!
แน่นอน คุณสามารถจะสร้างเว็บไซต์แบบตามบุญตามกรรมได้… และผมแน่ใจว่าคุณคงได้เห็นผลที่คิดแบบตามบุญตามกรรมได้ในทุกวันนี้เช่นกัน! การออกแบบเว็บไซต์ด้วยองค์ประกอบที่คละกันไปหมด ทั้งฟอนต์, ภาพกราฟิกและการเลือกบทความและหัวเรื่องที่สุ่มมา เห็นเทคนิคอะไรใหม่หรือลูกเล่นแพรวพราวก็หยิบมาใส่ในเว็บไซต์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเอง
ถ้า คุณต้องการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องวางแผนด้วยความระมัดระวัง นี่เป็นลิสต์รายการสิ่งที่คุณจำเป็นต้องคิดถึงก่อนที่จะเริ่มพัฒนา… และขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างเว็บไซต์ของคุณ ลิสต์นี้จะแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มหลัก… แต่ละส่วนจะมีลิสต์ของมันเองที่จะต้องทำ ขึ้นกับชนิดของธุรกิจที่คุณอยู่ คุณอาจจะไม่ต้องมีทุกขั้นตอน แต่สิ่งนี้จะช่วยชี้ประเด็นที่คุณจำเป็นต้องคิดถึง…บางครั้งคุณต้องตัดสิน ใจทำอะไรบางอย่าง… และการกระทำนั้นอาจจะทำให้คุณจำเป็นต้องเดินทางไกลก็ได้
1# – ตั้งบริษัทของคุณ
ชื่อและตัวบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นทรัพย์สินหรือนิติบุคคล (คุณอาจจะต้องเช็ค, เลือกและจด ทะเบียนโดเมนเนมในเวลาเดียวกัน ถ้าชื่อบริษัทของคุณและ URL เป็นชื่อเดียวกัน คุณจะได้เรตติ้งที่สูงขึ้นจาก Search engines) เริ่มจดทะเบียนโดเมนเนมเสียวันนี้
ส่วนการจดทะเบียนตั้งบริษัท ถ้าคุณพร้อมและมีชื่ออยู่ในใจแล้วเข้ามาตรวจสอบชื่อและขอจดทะเบียนหนังสือ บริคณห์สนธิได้ที่ ThaiRegistration.com (http://www.thairegistration.com/reg) หลังจากนั้นก็ขอจด ทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ที่เดียวกันนี้ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่รับ จ้างไปได้มาก
กำหนดว่าทำไมคุณถึงต้องออ นไลน์ คุณกำลังสร้างเว็บไซต์ที่ขายข้อมูลและมีรายได้จากการโฆษณาและ Affiliate program หรือจากการขายสินค้าหรือบริการที่ไซต์ของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการแสดงสินค้าของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศของคุณ
กำหนดว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร? ใครที่จะ เข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณ? พวกเขาจะไปรวมตัวกัน ที่ไหน?
ใครเป็นคู่แข่งของคุณ? พวกเขาขายอะไร? พวกเขาขายมันอย่างไร? พวกเขาได้เซ็ทอัพ Affiliate Programs ขึ้นมาใช้งานหรือ Joint venture หรือไม่? คุณได้เสนอทางเลือกอะไรที่แตกต่างไปจากพวกเขาหรือไม่?
2# – เนื้อหาในเว็บไซ ต์
อย่าไปประเมินเวลาที่ใช้ในการเซ็ท อัพและการดูแลข้อมูลที่เว็บไซต์ของคุณต่ำเกินไป การดูแลและเพิ่มข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณต้องมีการวางแผนและหลักในการ พิจารณา ถ้าคุณต้องการให้คนที่เข้าชมกลับมาอีกเรื่อยๆ คุณต้องมีเหตุผลให้พวกเขากลับมา สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเองอย่างบังเอิญแน่นอน คุณต้องนำข้อมูลที่ล้าสมัยออกจากไซต์ของคุณและใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปและหา เหตุผลให้กับผู้เข้าชมในการกลับมาที่ไซต์ของคุณบ่อยๆ
ช่องว่างการตลาดของคุณเป็นอะไร? ไซต์ของ คุณมีข้อมูลประเภทไหน? อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คน เข้ามาที่ไซต์ของคุณในครั้งแรก? และอะไรที่ทำให้พวก เขากลับมาอีก?
คุณไปหาข้อมูลมาจากแหล่งไหนมา ป้อนที่เว็บไซต์ของคุณ? คุณเขียนขึ้นมาเองหรือจ้าง คนเขียน? คุณซื้อข้อมูลหรือรวบรวมมาฟรี? คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคุณจ้างหรือร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญใน ด้านนั้น?
คุณดูแลและเพิ่มข้อมูลหรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ไซต์ของคุณอย่างไร? คุณทำงาน นี้บ่อยแค่ไหน? คุณไปเรียนรู้งานเซ็ทอัพและดูแล รักษาไซต์มาได้อย่างไร… หรือจ้างคนทำให้คุณ?
คุณนำเสนอให้ข้อมูลฟรี? คุณเสนอ Newsletter ฟรี? บ่อยแค่ไหน? ขอย้ำอีกที… ใครเขียนให้คุณและใครโพสต์ให้คุณ… และคุณดูแลลูกค้าและผู้ลงทะเบียนของคุณอย่างไร?
3# – การเลือก ISP และโฮสต์ให้กับเว็บไซต์
การ เลือกโฮสต์ให้กับเว็บไซต์และ ISP เป็นสิ่งสำคัญที่ มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณ คุณสามารถจะขายสินค้าให้กับผู้เข้าชมของคุณได้ ถ้าพวกเขาสามารถจะเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของคุณได้สะดวก คุณจะเสียเวลาและเสียเงินมากในการเปลี่ยนโฮสต์ ถ้าพวกเขาไม่ได้ให้บริการกับคุณตามที่ได้ตกลงกันไว้ คุณอย่าลืมว่า “คุณจ่ายยังไง คุณก็ได้อย่างนั้น” นั่นคือว่า ถ้าคุณต้องการของถูก คุณก็จะได้บริการที่แย่มากตอบแทน! ISP และเว็บโฮสต์ ของคุณถือว่าเป็นผู้ร่วมธุรกิจของคุณ ให้เลือกด้วยความระมัดระวัง!
คุณมี ISP? บริษัทที่คุณใช้บริการอยู่ น่าเชื่อถือ? คุณใช้ความเร็วโมเด็มเท่าไหร่ติดต่อ กับพวกเขา? คุณซื้อบริการของพวกเขาแบบ dial-up? ถ้าคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชม. คุณควรพิจารณาใช้บริการของบริษัทเคเบิ้ลหรือผ่านทางสายโทรศัพท์ ADSL. คุณอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการออนไลน์ ดังนั้นความสะดวกและความเร็วของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ต้อง พิจารณาด้วย
เว็บไซต์ของคุณโฮสต์อยู่กับใคร? อย่าไปคิดว่าคุณต้องใช้ ISP ที่ คุณใช้บริการอยู่เพื่อโฮสต์เว็บไซต์ของคุณเสมอไป คุณอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่าในการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ เช่น ถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในประเทศไทย คุณอาจจะหาโฮสต์ในประเทศไทยที่ให้บริการด้านเทคนิคที่ดีต่อคุณได้อย่างน้อย 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าได้ตลอด 24 ชม.ต่อ วันและ 7 วันต่อสัปดาห์ได้จะดีที่สุด ถ้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ในอเมริกาหรือยุโรป คุณอาจจะเลือกโฮสต์ที่น่าเชื่อถือและมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบ T1 connections เป็นต้น
ผม ได้พูดถึงเรื่องการเลือกโฮสต์มาแล้วให้คุณเปิดดูได้จาก Newsletter เรื่อง “ความสำคัญของเว็บโฮสต์จะนำไปสู่ ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ของคุณ พวกเรามีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว!”
เว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะจดทะเบียนโดเมนเนมให้คุณได้หรือไม่?
เว็บไซต์โฮสต์ของคุณให้บริการเหล่านี้ (CGI-bins, secure server pages และ website statistics) กับคุณหรือไม่? และพวกเขาได้คิดเป็นค่า บริการแยกต่างหากหรือรวมกัน?
เว็บไซต์โฮสต์ตอบ คำถามของคุณผ่านทางอีเมล์อย่างรวดเร็วหรือไม่?
พวก เขามีโทรศัพท์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือกับคุณหรือไม่?
เว็บไซต์โฮสต์มีบริการตามที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องการ อย่างเช่น อีคอมเมิร์ซ, firewalls, ระบบดูแลป้องกันพวกแฮ กเกอร์และอื่นๆ ให้หรือไม่?
4# – ระบบการบริหารจัดการธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จ
คุณต้องสามารถควบคุมงานจำนวนมากที่มีเข้ามาในแต่ละวันให้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาอันจำกัด การจะทำงานแบบนี้ได้คุณต้องจัดการและมีเครื่องมือ (ในที่นี้ก็คือซอฟท์แวร์) ที่เหมาะสม คุณต้องเตรียมการพวกนี้ให้พร้อมและต้องมองเผื่ออนาคตว่าคุณจะต้องโต ไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่าการที่มีธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจนคุณไม่สามารถจะ จัดการกับมันได้! ถ้าคุณไม่ได้เตรียมพร้อม คุณจะทำลายชื่อเสียงของคุณเองและทำลายธุรกิจของคุณ… และเมื่อมันเสียหายไปแล้ว นั่นก็ยากที่จะกอบกู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่า ธุรกิจของคุณมีระบบที่พร้อมจะรุกไปข้างหน้าได้!
HTML editor มีซอฟท์แวร์ที่ช่วยเขียน HTML อยู่จำนวนมากในท้องตลาดให้เลือก ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นฝึกเรียนรู้ ผมแนะนำให้ใช้ MS Frontpage และถ้าคุณต้องการจะก้าว ไปอีกขั้นผมแนะนำ DreamWeaver (http://www.macromedia.com/) หรือ Homesite (http://www.allaire.com/) แต่ ถ้าคุณคุ้นเคยกับ HTML ดี ผมแนะนำให้คุณใช้ Hotdog Professional (http://www.sausagetools.com/)
ซอฟท์แวร์ อีเมล์ อย่าไปเสียเวลากับซอฟท์แวร์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ หาซอฟท์แวร์ที่เป็น “โปร” ด้านนี้มาช่วยจัดการกับปริมาณอีเมล์ที่เข้ามาจำนวนมากในแต่ละวัน ซอฟท์แวร์ที่อยากจะแนะนำคือ Eudora Pro, ซึ่งคุณ สามารถจะดาวน์โหลดมาใช้ได้ที่ http://www.eudora.com/, มันสามารถช่วยให้คุณจัดทำ Mailing list ได้ จำนวนมาก, เซ็ทอัพ SIG file ได้ ไม่จำกัดและนำมาใช้งานได้สะดวก เป็นต้น ยังมีรายละเอียดอื่นอีกมากสำหรับโปรแกรมตัวนี้ที่เหมาะนำมาใช้งานในธุรกิจ ผมพูดไว้ค่อนข้างละเอียดในหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) เป็นซอฟท์แวร์ที่มีราคาไม่สูงหรือคุณจะใช้ฟรีก็ได้มีให้เลือกใน ligth mode และ sponsor mode. ถ้าคุณใช้ งานเป็น มันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้มากทีเดียว
Mailloop (http://www.thaimarketingcenter.com/recommend/automate/mailloop/index.html) เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้คุณส่งอีเมล์จำนวนมากติดต่อกับ สมาชิก, ลูกค้า, Leads, กลุ่ม ที่คาดหวังของคุณหรืออื่นๆ ได้ มันจะช่วยประหยัดเวลาทำงานประจำของคุณไปได้มาก, ช่วย กรองสแปมและเฟลม, จดทะเบียนสมาชิกและยกเลิกได้โดย อัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมาก คุณอย่าลืมว่า อีเมล์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้คุณติดต่อกับลูกค้า ของคุณได้ตลอดเวลา ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดส่วนนี้ไป!
Browsers. ให้คุณไปดาวน์ โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดมาใช้งานได้ สำหรับ Internet explorer ที่ http://www.microsoft.com/windows/ie/downloads/default.asp และสำหรับ Netscape Navigator ที่ http://www.netscape.com/download/. ผมแนะนำให้คุณควรมีทั้งสองตัวนี้เพื่อใช้เช็คดูหน้าตา เว็บไซต์ของคุณบนเบราเซอร์ทั้งสองตัวนี้ และคุณอาจจะแปลกใจที่ไซต์ของคุณแสดงผลออกมาแตกต่างกันบนเบราเซอร์แต่ละตัวก็ ได้
WS_FTP Pro (http://www.ipswitch.com/) สำ หรับส่งเว็บเพจของคุณขึ้นไปเก็บไว้บนเว็บโฮสต์ของคุณ โปรแกรมตัวนี้จะแตกต่างจากซอฟท์แวร์ FTP ตัวอื่นตรง ที่ คุณสามารถจะเปลี่ยน chmode ของไฟล์ได้โดยตรง
Traffic Analyzer มีหลายตัวให้เลือก แต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดและนิยมใช้กันมากก็คือ WebTrend Log Analyzer (http://www.netiq.com/) มันมีราคาที่สูงมากสำหรับบ้านเรา แต่ก็คุ้มค่ากับการใช้งาน คุณจะรู้ความเป็นมาทั้งหมดของเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณมองทะลุทั้งหมดว่า ผู้เข้าชมของคุณมาจากไหน, พวกเขามาจาก Search engines อะไร, พวกเขาชอบและไม่ชอบเพจไหนของคุณมากที่สุด, พวกเขาออกจากเพจไหนมากที่สุด และอื่นๆ อีกมาก มันยังจะแสดงผลในรูปของภาพกราฟิก 3 มิติทำให้ดูได้ ง่าย ถ้าเว็บไซต์โฮสต์ของคุณไม่มีให้บริการ คุณจำเป็นต้องหามาใช้งานสักตัว ถ้าคุณไม่มีใช้งาน มันก็เหมือนกับการเดินในที่มืด คุณจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณบ้าง! … แล้วคุณจะเดินได้ถูกทางได้อย่างไร?
และอื่นๆ … ลิสต์รายการยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เช่น ซอฟท์แวร์บัญชี, ซอฟท์แวร์ตรวจสอบไวรัส, โปรแกรม จัดการฐานข้อมูล… เป็นต้น และซอฟท์แวร์เฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละชนิด พยายามหาซอฟท์แวร์ที่เข้าได้ดีกับธุรกิจของคุณ, ทำ ให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าอย่างง่ายๆ, สนุกและประหยัด เวลาของคุณ!
5# – E-Commerce Solutions
เพื่อที่จะให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณ ประสบความสำเร็จได้… คุณต้องมีรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอยู่ในหัว! ถ้าคุณจะทำอีคอมเมิร์ซ นั่นหมายความว่า คุณต้องมีระบบการชำระเงินที่ดีและมีซอฟท์แวร์ Shopping cart ที่เหมาะสม ถ้าคุณทดลองใช้วิธีการต่างๆ เพื่อลองผิดลองถูกกับธุรกิจของคุณไปเรื่อยๆ … คนส่วนใหญ่ก็จะไม่จริงจังกับคุณมากมายนัก ต่างจากพวกมืออาชีพที่เข้าใจและรู้จักเลือกใช้บริการอีคอมเมิร์ซที่จะทำให้ ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวพวกเขา
กำหนดขอบ เขตธุรกิจของคุณ คุณต้องกำหนดว่าคุณจะทำธุรกิจในระดับท้องถิ่นภายในประเทศเท่านั้น หรือคุณจะทำธุรกิจระดับประเทศ… ขยายไปทั่วโลก ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีร้ายขายดอกไม้และคุณต้องการจะขายสินค้าของคุณไปทั่วโลก หรือคุณจะขายเฉพาะภายในประเทศไทย คุณต้องบอกพวกเขาเพื่อไม่ให้พวกเขาเสียเวลามาสั่งซื้อ
Internet Merchant Account. ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอีคอม เมิร์ซ เพราะถ้าคุณไม่มี มันก็เป็นไปได้ที่คุณจะจัดให้มีการชำระเงินแบบ Real-time บนเว็บไซต์ของคุณได้ (นอกเสียจาก คุณจะไปใช้บริการของทาง Cybermall หรือ Third party ซึ่งจะคิดค่า Discount rate กับ คุณสูงมากและคุณต้องเสียเวลาคอยนานถึง 55 วันขึ้นไป ถึงจะได้เงิน) หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องหันไปใช้วิธีการชำระเงินแบบเก่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไซต์ของคุณดูดีขึ้นเลยและยิ่งจะสร้างความไม่มั่นใจให้กับ ผู้ที่จะเป็นลูกค้าของคุณด้วย!
Secure Online Orders. คุณจำเป็นต้องมี secure online order page เพื่อป้องกันข้อมูลของลูกค้า (ข้อมูลบัตรเครดิต) จากการถูกแฮกและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณว่า ข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ? นั่นคือโอกาสที่พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าจากคุณก็สูงขึ้น โดยทั่วไป ทางเว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะมีบริการเสริมให้ แต่ถ้าไม่มี คุณก็ไม่ต้องกังวล คุณยังมีทางเลือกอีกมาก
Payment Gateway. เป็นซอฟท์แวร์ที่จะเชื่อมโยง Internet merchant account, shopping cart และ Banking network เข้าด้วยกันเพื่อทำให้ขบวนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้ แบบ Real-time ในขณะที่ลูกค้าของคุณกำลังคอยอยู่ที่ หน้าจอ ปัจจุบันที่นิยมกันคือ PayFlow Pro, PayFlow Link ของ VeriSign (http://www.verisign.com/) และ Thawte (http://www.thawte.com/).
Taking Orders. คุณมีวิธีในการจัดการกับคำสั่งซื้อทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์หรือ ไม่? ทั่วโลกยังมีคนอีกมากที่ยังกลัวและหวาดระแวง กับการสั่งซื้อทางออนไลน์ และพวกเขายินดีที่จะส่งคำสั่งซื้อผ่านทางแฟกซ์, โทรศัพท์… และแม้แต่ทางไปรษณีย์ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีทางเลือกทั้งหมดนี้ให้กับพวกเขา
Taxes. เป็นอีกเรื่องที่คุณจะต้องเตรียมการให้พร้อม อย่าคอยให้สรรพากรมาเคาะถึงประตูบริษัท
Delivery. คุณต้องกำหนดว่าคุณจะส่งสินค้าของคุณอย่างไร ทางออนไลน์หรือคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง? ถ้าคุณส่ง สินค้าทางชิปปิ้ง ลูกค้าของคุณต้องการจะรู้ว่าพวกเขาจะได้รับสินค้ายังไงและพวกเขาจะติดตามดู การส่งสินค้าได้อย่างไร?… นานแค่ไหนที่พวกเขาจะ ได้รับ?… และพวกเขาจะต้องเสียค่าขนส่งเท่าไหร่?… และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสินค้าที่ส่งมาชำรุด อันเนื่องมาจากบริษัทที่จัดส่งสินค้านั้น?… และ ถ้าสินค้าที่ส่งมาไม่เป็นไปตามที่พวกเขาสั่งซื้อ คุณจะมีทางออกให้พวกเขาอย่างไร?… ถ้าพวกเขาไม่พอ ใจสินค้า พวกเขาจะคืนสินค้าได้อย่างไรและใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย… และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเซ็ทอัพขึ้นมาและแสดงให้ลูกค้าของคุณรับ รู้ด้วย
การรับรอง ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายและการสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ ก็สามารถจะสร้างได้อย่างง่ายดายเช่นกันด้วย เป็นเหตุให้พวกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการหลอกผู้ซื้อได้ จึงจำเป็นต้องมี Third party ที่จะทำการรับรองเว็บไซต์นั้นว่ามีอยู่จริง และได้ทำธุรกิจนั้นอยู่อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ Third party ที่ให้บริการแบบนี้ก็มี VeriSign, BBB Online เป็นต้น
ครับเพื่อนๆ คงพอมองภาพออกบ้างแล้วว่าอีคอมเมิร์ซเขาทำกันอย่างไร… และพวกคุณคงอยากจะรู้ต่อว่าแล้วจะเริ่มกันได้อย่างไรและที่ไหนใช่มั้ยครับ?… โอเคครับ ผมเข้าใจครับ แต่มันจะเป็นการยืดเยื้อไป เอาเป็นว่าในขั้นตอนนี้ผมขอให้พวกคุณมีภาพเหล่านี้ก่อนและเมื่อผมพูดอะไรต่อ ไป พวกคุณจะสามารถเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
6# – โปรโมชั่นและการตลาด
การทำโปรโมชั่นและการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบออนไลน์… อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ายังมีโลกส่วนใหญ่อีกที่ไม่ได้อยู่ในอินเตอร์เน็ต!
การตลาดเริ่มต้นตอนที่คุณเลือกโดเมนเนมของคุณเอง มันควรจะสั้นและจำได้ง่ายใช่มั้ยครับ? แต่ก็ไม่แน่ เสมอไป ขอให้มันเป็นคำหรือประโยคที่เข้าใจง่ายสื่อถึงธุรกิจที่คุณทำและจำได้ง่าย ซึ่งคำพวกนี้อาจจะยาวมากก็ได้ เช่นปัจจุบันนี้อาจจะยาวถึง 30 – 60 ตัวอักษรก็มี
อย่าลืมในหัวจดหมาย, นามบัตร, โบรชัว, บทความ, ใบเรียกเก็บเงินและอื่นๆ คุณได้พิมพ์ URL ของคุณไว้ด้วย
เลือกและใช้ SIG file บนอีเมล์ที่จะส่ง ออกทุกฉบับ มันควรจะบอกว่าคุณเป็นใครและคุณกำลังทำอะไรอยู่ อย่าลืมให้มีทั้ง URL และอีเมล์แอดเดรสของคุณรวม อยู่ในนั้นด้วย
อย่าลืมทุกเพจบนเว็บไซต์ของ คุณมีช่องทางให้พวกเขาติดต่อกับคุณได้ง่าย
7# – ติดต่อกับลูกค้าของคุณอย่างสม่ำ เสมอ
รายชื่อลูกค้าของคุณมีค่ายิ่ง กว่าทอง พยายามเก็บรักษาให้ดีและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา… และถ้าคุณบอกกับลูกค้าของคุณว่า คุณไม่ได้ให้หรือขายรายชื่ออีเมล์แอดเดรสของพวกเขา… ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำ!
พิจารณาส่ง Newsletter สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งเพื่อรักษาการติดต่อกับพวก เขาไว้ตลอด
ระมัดระวังในสิ่งที่คุณพูด การติดต่อทางอีเมล์เป็นสิ่งที่เปราะบางและคนอ่านอาจจะเข้าใจความตั้งใจของ คุณผิดได้ ห้ามติดต่อในขณะที่คุณกำลังหัวเสีย… และผมขอเตือนว่า คุณอย่าตอบโต้กับพวกเฟลม (คำตำหนิ, คำด่า, คำสาปแช่ง) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณไม่ต้องการจะรับอีเมล์ที่มีคำพวกนี้อยู่ คุณสามารถจะใช้ Mailloop กรองแล้วจัดการทำลายคำเหล่านี้ก่อนที่คุณจะได้เห็นมันได้
ตอบคำถามที่สอบถามเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ให้คุณเซ็ทอัพ Autoresponder ทำงานแทนคุณได้ และเมื่อคุณพร้อมแล้ว คุณจึงจะตอบกลับไปหาพวกเขา
อย่าทิ้งให้ลูกค้ามีปัญหาโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไข
ทำตามสิ่งที่คุณได้รับประกันไว้ ถ้าคุณให้เวลาพวกเขาในการคืนสินค้านาน 1 ปีและพวก เขาคืนสินค้าในวันที่ 364… คุณก็ต้องทำตามที่ได้ สัญญาไว้ ให้คุณใช้ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยในการวางแผนและสร้างเว็บไซต์ของคุณและคุณก็ พร้อมที่จะเติบโตก้าวไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณไปสู่ความสำเร็จได้!!!
ที่มา: thaimarketingcenter